โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน กข.คจ.

               โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน กข.คจ.

ในช่วง ปีพ.ศ. ๒๕๓๓ พบว่า ปัญหาความยากจนของประชาชนในชนบท ไทยมีจานวนมาก ํ โดยผลจากการสารวจรายได ํ ของครัวเรือนทวประเทศของสำนักงานสถิติแห่งชาติและสถาบันการวิจัยการพัฒนาประเทศ  พบว่า คนจนมีรายไดต่ำกว่าเส้นความยากจน ได้เพิ่มขึ้นค่อนขางมากในเขตชนบท และจากข้อมูลฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.๒ ค) ยังบอกว่ามีหมู่บ้านล้าหลัง หรือหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ ๑ อยู่จานวน ํ ๑๑,๖๐๘ หมู่บ้าน กระทรวงมหาดไทยจึงได้กำหนดดำเนินงานโครงการ แก้ไขปัญหาความยากจนขึ้น โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๖ เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินงานโครงการ กข.คจ. ระยะที่ ๑ ระหว่าง (ปี๒๕๓๖- ๒๕๔๐) จำนวน ๑๑,๖๐๘ หมู่บ้านโดยมอบให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ เพื่อตอบสนองนโยบายการกระจายรายได้และ ความเจริญไปสู่ส่วนภูมิภาค ผลการดำเเนินงานระยะที่ ๑ ประสบความสําเร็จระดับหนึ่ง คนยากจนได้มีโอกาสสร้ างอาชีพ สร้างรายได้และสามารถบริหารจดการกองทุนให้ มีประสิทธิภาพ ไดด้วนตัวเองอาจกล่าวได้ว่าเป็ นการดำเนินงานกองทุนชุมชนของชุมชน โดยชุมชน และเพื่อชุมชน อย่างแท้จริง อย่างไรก็ดีพบว่า จำนวนคนยากจน ยังกระจายตัวอยู่ใน หมู่บ้านชนบทอีกจำนวนมาก คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เมื่อวนที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๐ เห็นชอบในหลักการโครงการ กข.คจ. ระยะที่ ๒ (ปี๒๕๔๐-๒๕๔๔) จํานวน ๒๘,๐๓๘ หมู่บ้าน โดยดำเนินการในหมู่บานที่มีครัวเรือนยากจนมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า เกณฑ์ ๑๕,๐๐๐ บาท/คน/ปีตามข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปีพ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อขยายการดำเนินงานให้ ครอบคลุมทุกหมู่บ้านไม่ได้ดำเนินการในระยะที่ ๑ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินงาน ในปี ๒๕๔๔ ดำเนินการได้ทั้งสิ้นจำนวน ๒๙,๒๓๔ หมู่บ้าน

วิธีการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน

                   ดำเนินการภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ.2536 และ ฉบับที่ พ.ศ. 2539 และหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทยและกรมการพัฒนาชุมชน

         1. กำหนดหมู่บ้านเป้าหมาย โดยใช้ข้อมูล กชช.ค ปี 2533 และข้อมูล จปฐ. ปี 2539

         2. กำหนดครัวเรือนเป้าหมาย  โดยใช้ข้อมูล จปฐ.  โดยคณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน  คัดเลือกและจัดลำดับครัวเรือนของหมู่บ้านเป้าหมาย จัดทำบัญชีทะเบียนครัวเรือนยากจนเป้าหมาย

         3. จัดตั้ง คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน”  ที่มาจากผู้นำ และตัวแทนองค์กรประชาชนในหมู่บ้าน  จำนวน 7 – 9  คน  โดยกระบวนการประชาคม  เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการเงินทุนของหมู่บ้าน

         4. จัดฝึกอบรมเตรียมความพร้อมผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์กรประชาชนผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ และครัวเรือนเป้าหมายในระดับหมู่บ้าน ระยะเวลา วัน

         5. สนับสนุนเงินทุนหมู่บ้านละ 280,000 บาท โดยการโอนเข้าบัญชีเงินฝากของคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน

         6. ครัวเรือนเป้าหมายเสนอโครงการขอยืมเงินตามประเภทอาชีพ ที่กำหนดในโครงการ ต่อคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน

         7. คณะกรรมการกองทุนฯ อนุมัติเงินยืม โดยผ่านการตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ และความเห็นชอบจาก คปต. (ปัจจุบันมีเฉพาะพัฒนากร)  แล้วจึงทำสัญญายืมเงินตามแบบแนบท้ายระเบียบและ รายงานผลให้อำเภอทราบ  แล้วโอนเงินเข้าบัญชีให้ครัวเรือนเบิก     ไปลงทุนประกอบอาชีพ

         8. ใช้คืนเงินยืมตามกำหนดในสัญญา (ระยะเวลาไม่เกิน ปี)

         9. เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทุกระดับเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน และติดตามช่วยเหลือ 

              การบริหารเงินทุนตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)

       ขั้นตอนที่ 1  กรมการพัฒนาชุมชน ขออนุมัติเงินงวดตามจำนวนที่ได้รับจัดสรรต่อสำนักงบประมาณ

          ขั้นตอนที่ 2  สำนักงบประมาณจัดสรรโอนเงินงบประมาณตามโครงการ กข.คจ.
โดยจัดสรรให้คลังจังหวัดตามเป้าหมายที่ได้รับจัดสรรของแต่ละจังหวัด

          ขั้นตอนที่ 3  พัฒนาการจังหวัดเบิกจ่ายเงินจากคลังจังหวัดตามจำนวนที่ได้รับจัดสรรเพื่อสั่งจ่ายเป็นเช็คให้กับพัฒนาการอำเภอ โดยปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงิน โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 2536 และ พ.ศ. 2539  ข้อ 5และข้อ 6

           ขั้นตอนที่ 4  พัฒนาการอำเภอนำเงินทุนที่ได้รับตาม ขั้นตอนที่ 3  ฝากเข้าบัญชีสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ภายใน วันทำการ  และโอนเข้าบัญชีเงินฝากของคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน ตามโครงการ กข.คจ. ทันที   (ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ วรรค 2)  ในระหว่างนี้กำหนดให้ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จัดฝึกอบรมเตรียมความพร้อมองค์กรประชาชนผู้รับผิดชอบบริหารจัดการเงินทุน  และครัวเรือนยากจนเป้าหมายตามโครงการ กข.คจ  ตามหลักสูตรที่กำหนด จำนวน วัน โดยใช้งบประมาณ หมู่บ้านละ 10,000 บาท  พร้อมกับให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้านเปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ไว้ที่ธนาคาร เพื่อรอรับเงินทุนหมู่บ้านละ 280,000 บาท ที่พัฒนาการอำเภอจะโอนเข้าบัญชีเงินฝาก  เมื่อได้รับจัดสรรแล้วจึงบริหารจัดการต่อไป

           ขั้นตอนที่ 5  คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน  พิจารณาอนุมัติโครงการ และอนุมัติเงินยืมให้ครัวเรือน  โดยผ่านความเห็นชอบจาก คปต. (ปัจจุบันมีเฉพาะพัฒนากร) จากนั้นให้ครัวเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ยืมเงินทำสัญญา ตามแบบที่กำหนดในระเบียบฯ

           ขั้นตอนที่ 6  คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน แจ้งครัวเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ยืมเงิน เปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ที่ธนาคารเดียวกับบัญชีเงินฝากของคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน เพื่อโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวตามจำนวนที่ได้รับอนุมัติ  และลงบัญชีคุม (บัญชี เล่ม (โครงการปี 2536-2541)  หรือบัญชี เล่ม (โครงการ ปี 2542-2544) )

           ขั้นตอนที่ 7  ครัวเรือน เบิก/ถอน เงินทุนไปประกอบอาชีพตามโครงการที่ขอยืม

           ขั้นตอนที่ 8  ครัวเรือนคืนเงินยืมให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้านเป็นเงินสด ตามสัญญาที่กำหนด โดยให้ใช้คืนภายในระยะเวลา ปี  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะอาชีพ     ที่ดำเนินการ

            ขั้นตอนที่ 9  คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน นำเงินที่ครัวเรือนคืนเงินยืมฝากเข้าบัญชีเงินฝาก ตามโครงการ กข.คจ. ของหมู่บ้าน ภายใน วันทำการ

            ขั้นตอนที่ 10  คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน แจ้งครัวเรือนยากจนเป้าหมายในบัญชีลำดับต่อไป ให้เสนอโครงการและคำขอยืมเงิน เพื่อยืมเงินในรอบ และ/หรือ ครั้งต่อไป โดยดำเนินการเช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 5 – 9

(Visited 1 times, 1 visits today)